AuthorOlivia Bowman

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีอะไรบ้าง

Temples

ในปัจจุบันนี้ได้มีการแบ่งประเภทของการท่องเที่ยวไว้หลากหลายมากมาย ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ต่างๆ กันไป แต่ที่กำลังเป็นที่นิยมของคนสมัยนี้คือจะเน้นให้มีการท่องเที่ยวเกี่ยวกับวัฒนธรรมและบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง หรือมีการนิยมให้เที่ยวภายในประเทศไทยมากกว่าต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนให้มากที่สุดถือว่าเป็นการที่ไทยได้ช่วยไทย ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมว่ามีการท่องเที่ยวอะไรบ้าง ซึ่งเราได้มีการสรุปและแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ได้ทั้งหมด 5 หัวข้อดังนี้คือ

1. การท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือทางโบราณคดีและที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ หรือการท่องเที่ยวในสถานที่โบราณสถานอันเก่าแก่นั้น ล้วนถือว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้งสิ้น เพราะผู้เที่ยวนั้นถือว่ากำลังเข้าไปศึกษาเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอารยธรรมสมัยก่อนมาถึงปัจจุบันว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรจึงทำให้การท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับการศึกษาสิ่งของหรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ล้วนบ่งบอกถึงเชิงวัฒนธรรมทั้งสิ้น

2. งานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิม ศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม ภาพวาด รูปปั้นและแกะสลัก ซึ่งงานศิลปะเหล่านี้เป็นงานที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์เลย ซึ่งสามารถทำให้เราเห็นถึงศิลปะที่มีมาแต่ช้านานนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จากยุคสู่อีกยุคหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้เราได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของคนรุ่นก่อนว่ามีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่อย่างไร

3. ศาสนารวมถึงพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน รวมทั้งเทศกาลต่างๆ ที่มีมาแต่ช้านาน เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้ทราบถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยก่อนว่ามีความเชื่ออย่างไร รวมทั้งมีการสืบทอดสิ่งดีๆ เหล่านี้มาให้รุ่นลูกหลานได้ชมความสวยงามต่อไปเรื่อยๆ ทำให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความงดงามของจารีตและมีการใช้ชีวิตด้วยความเชื่อความศรัทธาและความดีต่อไป

4. ดนตรี การแสดงละคร ภาพยนตร์และการใช้ภาษาในการถ่ายทอดเรื่องราว รวมทั้งการท่องเที่ยวที่ชมภาษาถิ่นหรือชมบทกวีต่างๆ เนื่องจากสิ่งที่กล่าวมานี้ถือเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์และแต่งขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะให้ความบันเทิงรื่นรมย์และผ่อนคลาย ถือว่าเป็นศิลปะทางวรรณกรรมอย่างหนึ่งที่หากผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเชิงนี้ต้องการไปเที่ยวชมก็ถือได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้

5. วิถีการใช้ชีวิต เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใช้ในการแต่งกาย ข้าวปลาอาหาร และงานมี่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งจะมีการใช้ชีวิตและการแต่งกายรวมถึงอาหารการกินที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งชาวพื้นเมืองนั้นจะมีการใช้ชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงวัฒนธรรมที่เฉพาะแบบทำให้แตกต่างจากชนอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นความอัศจรรย์ของการใช้ชีวิตในรูปแบบที่หลากหลายของสังคมซึ่งทำให้สิ่งเรานี้จัดอยู่ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมก่อนไปเดินเขา

กิจกรรมผจญภัยอย่างการเดินเขา เกินป่า ตั้งแคมปิ้ง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ลูกผู้ชายสายแอดเวนเจอร์นิยมกันมาก หากคุณเพิ่มเข้าสู่วงการนี้มีอะไรมากมายให้เรียนรู้ก่อนที่จะออกทริปสักทริปควรเรียนรู้ให้มากจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม  สิ่งที่ควรปฏิบัติก่อนออกเดินทาง ก็คือ การสอบถามผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ควรฝึกการใช้ชีวิตในป่าโดยจำลองสถานการณ์จริงด้วย

ทริปแรกก็ควรจะมองหาสถานที่ที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีระยะทางที่ไม่สูงชันและท้าทายมากจนเกินไปนัก การเดินป่าและปีนเขา ต้อง เรียนรู้การอ่านแผนที่ การใช้เข็มทิศ และ GPS อย่างแม่นยำ การเดินป่าปีนเขานั้น คุณจำเป็นต้องมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงนั้นไม่ควรเดินป่าคนเดียวเป็นอย่างยิ่ง

น้ำดื่มคือสิ่งสำคัญ  การเดินขึ้นที่สูงชันต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเสียเหงื่อและขาดน้ำอย่างรวดเร็ว ควรเตรียมพร้อมอย่างน้อย 1 ลิตรต่อคน และต่อ 1 ชั่วโมงของการเดินป่านั่นเอง

สวมใส่รองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าและถุงเท้าที่ให้ความรู้สึกสบาย  เช่น รองเท้าผ้าใบที่พื้นรองเท้าค่อนข้างหนา หรือรองเท้าหุ้มข้อ เลือกเสื้อผ้าที่คล่องตัว ง่ายต่อการถอดออกและสวมใส่ ควรจะเป็นเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว นั่นก็เพื่อเป็นการป้องกันการขูดขีดจากหนามและกิ่งไม้ในระหว่างเดินป่า

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมก่อนไปเดินเขา

ต้องเตรียมอาหารว่างระหว่างทาง โดยอาจเป็นอาหารที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก รับประทานง่าย และที่สำคัญคืออิ่มท้อง เช่น อาหารประเภท GORP หรือ Good Old Raisins and Peanuts ไม่ว่าจะเป็นลูกเกด ถั่วลิสง เชอร์รี อัลมอนด์ แซนด์วิชชิ้นเล็กๆ

เตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลให้พร้อม ประกอบไปด้วยผ้าพันแผล ยาสำหรับทาแก้เคล็ดขัดยอก ครีมกันแดด ครีมต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ปวด แหนบ เทปกาว

อุปกรณ์ให้แสงสว่างต้องไม่ขาด นอกจากแสงสว่างจากกองไฟที่จุดเพื่อไล่สัตว์ร้ายและให้ความอบอุ่นในยามค่ำคืนแล้ว นักท่องเที่ยวต้องไม่ลืมเครื่องมือให้แสงสว่างอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เช่น ไฟฉายกับแบตเตอรี่เสริม

ถุงนอนและเต็นท์เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ในบรรดาของใช้ต่างๆ เพราะถุงนอนนั้นจะเป็นเครื่องกันหนาวให้ความอบอุ่นแก่เราได้ดีเวลานอน ส่วนเต็นท์นอนจะเป็นตัวกันน้ำค้างในยามดึก

ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงและยาสีฟัน สบู่  โฟมล้างหน้า ครีมกันแดด ควรเตรียมตัวไปให้พร้อม และที่สำคัญอย่าลืมติดอุปกรณ์กันยุงต่างๆ ไปด้วย เช่นสเปรย์ไล่ยุง หรือครีมกันยุง และของ จำเป็นในการเดินป่า เช่น  อาหารกระป๋องสำรอง สัก 2-3 วัน ให้พอหากเกิดกรณีฉุกเฉินเช่นเกิดการหลงป่าขึ้น อาหารพวกนี้จะช่วยให้ไม่ต้องอด

สุดท้ายคือการเตรียมความพร้อมของร่างกายให้แน่ใจว่าคุณสามารถเดินขึ้นเขาในระยะทางไกลได้ เตรียมใจและเตรียมร่างกาย การเดินขึ้นเขาโดยมีกระเป๋าน้ำหนักหลายกิโลกรัมอยู่บนไหล่ต้องมีความอดทนและร่างกายที่แข็งแรง

ลพบุรีนครแห่งลิง

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดลพบุรี สิ่งหนึ่งที่เรามักนึกถึงคือ ลิงศาลพระกาฬ สถานที่สำคัญที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่อย่างมากมาย คล้ายเป็นกำลังพลคอยเฝ้าองค์พระนารายณ์ที่นี่เป็นชุมชนเมืองวานรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก   ลิงที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ลิงเจ้าพ่อ”

ลิงศาลพระกาฬ มี 4 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นลิงแสม Crab-Eating Macaque และลิงวอก Rhesus Macaque ส่วนอีก 2 ชนิด ซึ่งเป็นส่วนน้อย คือ ลังกัง Pigtailed Macaque ลิงเสน Stump-Tailed Macaque และลิงพันธุ์พันธุ์ผสม

ลิงทุกสายพันธ์อาศัยปะปนกันอยู่บริเวณศาลพระกาฬ น่าจะประมาณ 1,000 ตัว ลิงที่นี่ ที่ไม่ยอมยายถิ่นฐานไปไหน แล้วนับวันก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นมีการศึกษาพบว่า มีการจัดสรรระบบสังคมโดย มีหัวหน้ากลุ่มบังคับบัญชาเป็นจ่าฝูง  ลิงที่นี่จะไม่ล่วงล้ำอาณาเขตให้เกิดเรื่องเคืองขัด กันด้วยสัญญา สัญชาตญาณ ซึ่งคนอาจไม่รู้ข้อผูกพันนี้ได้

ลพบุรีนครแห่งลิง

นอกจากที่ศาลพระกาฬ ยังมีลิงกลุ่มอื่น ๆ ในลพบุรีกว่า 2,000 ตัว  ลิงฝูงเหล่านี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับศาลพระกาฬเลยแต่อย่างใด แต่เดิมบริเวณโดยรอบศาลพระกาฬเป็นป่าคงมีลิงป่าอาศัยอยู่

ลิงศาลพระกาฬ  ยังชีพด้วยของถวายแก้บน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้ ปัจจุบันลิงทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มแรกคือ ลิงศาล หรือ ลิงเจ้าพ่อ เป็นลิงฝูงใหญ่อาศัยบริเวณโดยรอบศาลพระกาฬช่วงเที่ยง และอาศัยที่พระปรางค์สามยอดและบางส่วนของโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยช่วงเช้าและเย็น เมื่อพลบค่ำพวกมันจะกลับมานอนที่ศาลพระกาฬ กลุ่มนี้มีความเป็นอยู่ค่อนข้างดี มักได้รับของเซ่นไหว้จากผู้ศรัทธาเสมอ อาจแบ่งย่อยได้อีกสามกลุ่มคือ กลุ่มศาลพระกาฬ, กลุ่มพระปรางค์สามยอด และกลุ่มโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย

กลุ่มที่สอง คือ ลิงมุมตึก หรือ ลิงนอกศาล หรือ ลิงตลาด เป็นลิงจรจัดซึ่งแตกหลงฝูงและมิได้รับการยอมรับกลับเข้าฝูง มักเร่ร่อนตามมุมตึก ร้านค้าบ้านเรือนในชุมชนเมืองลพบุรี ลิงกลุ่มนี้มักสร้างปัญหาและความเสียหายอยู่เสมอ กลายเป็น ลิงจรจัดมีวิถีชีวิตอดๆอยากๆ ฉกฉวยสิ่งของจากนักท่องเที่ยว บุกรื้อทำลายทรัพย์สินของชาวบ้าน

ปัจจุบัน จำนวนลิงก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นตลอดในเขตเมืองเก่า และเริ่มออกมาจากแหล่งเดิมไปอาศัยอยู่ย่านขนส่งสระแก้ว และสี่แยกเอราวัณ  ปลายปี พ.ศ. 2557 ได้มีการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าลิงที่ศาลพระกาฬบางตาลงเนื่องจากทางเทศบาลเมืองลพบุรีได้ส่งเจ้าหน้าที่มาจับ  ลิงศาลพระกาฬ และ ลิงในลพบุรี รับการดูแลจาก มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี  ซึ่งมีภารกิจในการ ช่วยเหลือดูแลรักษาด้านสุขภาพลิง  ด้านอาหาร และนํ้าดื่มของลิง  รวมทั้งช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยของลิง

24 ชม. ก่อนสอบ IELTS ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร

 

คิดว่าหลายๆคนเมื่อจะสอบ IELTS ก็ต้องทำการเตรียมตัวอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป การเตรียมตัวที่ดีจำนำผลลัพธ์ที่ดีมาให้เสมอ ว่าด้วยเรื่องการเตรียมตัวนี้นอกจากจะฝึกฝนทักษะ ทั้งการ ฟัง พูด อ่าน เขียน แล้ว อีกสิ่งที่ต้องเตรียมตัว คือ การเตรียมสุขภาพร่างกาย สมาธิ และจิตใจ ให้ดี หลายคนมีความกังวลในช่วงก่อนสอบ ซึ่งมักพบว่าทำให้ผลสอบออกมาไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ดังนั้นช่วงเวลาก่อนสอบ อย่างน้อย 14 ชั่วโมง ผู้เข้าสอบจึงควรปฏิบัติตัว และ เว้นการปฏิบัติตัวตามข้อแนะนำต่อไปนี้ จะช่วยคุณได้มากทีเดียว

เริ่มจากสิ่งที่ควรทำ  คือ การหยุดพัก  1 วันก่อนสอบ  เพื่อเตรียมร่างกายและสมาธิ โปรดจำไว้ว่าการสอบ IELTS ไม่ใช่การท่องจำ ฉะนั้นคุณไม่สามารถเรียนรู้ได้ภายในคืนเดียว ไม่มีเทคนิคการจำใดๆที่จะทำให้คุณได้คะแนนดี เพราะมันอยู่ที่การสั่งสมทักษะ

หากที่ผ่านมาคุณได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบมาแล้วถึงเวลาที่คุณจะต้องพัก เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมในการสอบวันพรุ่งนี้  หรือรู้ตัวว่าเตรียมตัวมายังไม่ดีก็ไม่ใช่จะมาอัดเอาความรู้ใส่หัวในคืนเดียว มันยิ่งทำให้คุณเครียด ทางที่ดีปล่อยให้การทดสอบในวันพรุ่งนี้บอกผลความสามารถทางภาษาอังกฤษของคุณจริงๆจะดีกว่า

เมื่อวางตำราแล้ว ก็พอตัวเองออกไปรับอากาศบริสุทธิ์นอกบ้าน เช่น การเดินหรือวิ่งในสวนสาธารณะ เพื่อการผ่อนคลาย  อาจจะไปดูหนัง Sound track สักเรื่องเพื่อความผ่อนคลายและได้ทำความคุ้นเคยกับสำเนียงภาษาก็เข้าท่าดี

24 ชม. ก่อนสอบ IELTS ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร

สิ่งที่คุณต้องเตรียมจริงๆก็คือ ของจำเป็นที่ต้องใช้ในวันสอบ ielts  เริ่มตั้งแต่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณรู้จักสถานที่สอบ  วางแผนการเดินทางและควรจะเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย  เตรียมของที่จำเป็น รวมไปถึงบัตรประจำตัวประชาชน หรือ พาสปอร์ตของคุณดูให้แน่ใจว่ายังไม่หมดอายุ  และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเอกสารเดียวกัน ตอนสมัครสอบ

คราวนี้มาที่การสร้างความมั่นใจว่าเราจะทำสำเร็จ โดยคุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะทัศนคติที่ดีของคุณมีผลในการทำข้อสอบ  นั่งสมาธิให้คลายความกังวล ทำให้ตัวเองรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่และเรียกสติให้อยู่กับตัว ควรพักผ่อนให้เพียงพอนอนให้พออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ การพยายามทำข้อสอบวนไปวนมา หรือ คิดถึงสถานการณ์ในการสอบ จนนอนไม่หลับ และขาดสมาธิ ทั้งนี้แม้ว่าเราควรให้ 24 ชั่วโมงก่อนสอบเป็นเวลาสบายๆแต่ก็ไม่ใช่ให้คุณไปเที่ยวเล่นใช้แรงมากหรือดื่มกินของมึนเมา แต่ควรพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สบายๆ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ และควรที่จะดูแลเรื่องอาหารการกินอย่ากินอาหารที่อาจทำให้แพ้หรือท้องเสีย

สุดท้ายจำไว้ว่าการฝึกใช้ภาษาอังกฤษ ที่ดีต้องฝึกให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ฝึกใช้สมองคิดให้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ติดเป็นนิสัยและใช้ในการสอบ  ซึ่งสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดูหนังฝรั่ง อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ และพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ จะได้ผลดีกว่าการพยายามเข้าครอสติวสอบเพียงอย่างเดียว