CategoryTRAVEL

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีอะไรบ้าง

Temples

ในปัจจุบันนี้ได้มีการแบ่งประเภทของการท่องเที่ยวไว้หลากหลายมากมาย ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ต่างๆ กันไป แต่ที่กำลังเป็นที่นิยมของคนสมัยนี้คือจะเน้นให้มีการท่องเที่ยวเกี่ยวกับวัฒนธรรมและบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง หรือมีการนิยมให้เที่ยวภายในประเทศไทยมากกว่าต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนให้มากที่สุดถือว่าเป็นการที่ไทยได้ช่วยไทย ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมว่ามีการท่องเที่ยวอะไรบ้าง ซึ่งเราได้มีการสรุปและแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ได้ทั้งหมด 5 หัวข้อดังนี้คือ

1. การท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือทางโบราณคดีและที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ หรือการท่องเที่ยวในสถานที่โบราณสถานอันเก่าแก่นั้น ล้วนถือว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้งสิ้น เพราะผู้เที่ยวนั้นถือว่ากำลังเข้าไปศึกษาเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอารยธรรมสมัยก่อนมาถึงปัจจุบันว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรจึงทำให้การท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับการศึกษาสิ่งของหรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ล้วนบ่งบอกถึงเชิงวัฒนธรรมทั้งสิ้น

2. งานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิม ศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม ภาพวาด รูปปั้นและแกะสลัก ซึ่งงานศิลปะเหล่านี้เป็นงานที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์เลย ซึ่งสามารถทำให้เราเห็นถึงศิลปะที่มีมาแต่ช้านานนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จากยุคสู่อีกยุคหนึ่ง ซึ่งสามารถทำให้เราได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของคนรุ่นก่อนว่ามีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่อย่างไร

3. ศาสนารวมถึงพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน รวมทั้งเทศกาลต่างๆ ที่มีมาแต่ช้านาน เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้ทราบถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยก่อนว่ามีความเชื่ออย่างไร รวมทั้งมีการสืบทอดสิ่งดีๆ เหล่านี้มาให้รุ่นลูกหลานได้ชมความสวยงามต่อไปเรื่อยๆ ทำให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความงดงามของจารีตและมีการใช้ชีวิตด้วยความเชื่อความศรัทธาและความดีต่อไป

4. ดนตรี การแสดงละคร ภาพยนตร์และการใช้ภาษาในการถ่ายทอดเรื่องราว รวมทั้งการท่องเที่ยวที่ชมภาษาถิ่นหรือชมบทกวีต่างๆ เนื่องจากสิ่งที่กล่าวมานี้ถือเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์และแต่งขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะให้ความบันเทิงรื่นรมย์และผ่อนคลาย ถือว่าเป็นศิลปะทางวรรณกรรมอย่างหนึ่งที่หากผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเชิงนี้ต้องการไปเที่ยวชมก็ถือได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้

5. วิถีการใช้ชีวิต เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใช้ในการแต่งกาย ข้าวปลาอาหาร และงานมี่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งจะมีการใช้ชีวิตและการแต่งกายรวมถึงอาหารการกินที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งชาวพื้นเมืองนั้นจะมีการใช้ชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงวัฒนธรรมที่เฉพาะแบบทำให้แตกต่างจากชนอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นความอัศจรรย์ของการใช้ชีวิตในรูปแบบที่หลากหลายของสังคมซึ่งทำให้สิ่งเรานี้จัดอยู่ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ลพบุรีนครแห่งลิง

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดลพบุรี สิ่งหนึ่งที่เรามักนึกถึงคือ ลิงศาลพระกาฬ สถานที่สำคัญที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่อย่างมากมาย คล้ายเป็นกำลังพลคอยเฝ้าองค์พระนารายณ์ที่นี่เป็นชุมชนเมืองวานรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก   ลิงที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ลิงเจ้าพ่อ”

ลิงศาลพระกาฬ มี 4 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นลิงแสม Crab-Eating Macaque และลิงวอก Rhesus Macaque ส่วนอีก 2 ชนิด ซึ่งเป็นส่วนน้อย คือ ลังกัง Pigtailed Macaque ลิงเสน Stump-Tailed Macaque และลิงพันธุ์พันธุ์ผสม

ลิงทุกสายพันธ์อาศัยปะปนกันอยู่บริเวณศาลพระกาฬ น่าจะประมาณ 1,000 ตัว ลิงที่นี่ ที่ไม่ยอมยายถิ่นฐานไปไหน แล้วนับวันก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นมีการศึกษาพบว่า มีการจัดสรรระบบสังคมโดย มีหัวหน้ากลุ่มบังคับบัญชาเป็นจ่าฝูง  ลิงที่นี่จะไม่ล่วงล้ำอาณาเขตให้เกิดเรื่องเคืองขัด กันด้วยสัญญา สัญชาตญาณ ซึ่งคนอาจไม่รู้ข้อผูกพันนี้ได้

ลพบุรีนครแห่งลิง

นอกจากที่ศาลพระกาฬ ยังมีลิงกลุ่มอื่น ๆ ในลพบุรีกว่า 2,000 ตัว  ลิงฝูงเหล่านี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับศาลพระกาฬเลยแต่อย่างใด แต่เดิมบริเวณโดยรอบศาลพระกาฬเป็นป่าคงมีลิงป่าอาศัยอยู่

ลิงศาลพระกาฬ  ยังชีพด้วยของถวายแก้บน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้ ปัจจุบันลิงทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มแรกคือ ลิงศาล หรือ ลิงเจ้าพ่อ เป็นลิงฝูงใหญ่อาศัยบริเวณโดยรอบศาลพระกาฬช่วงเที่ยง และอาศัยที่พระปรางค์สามยอดและบางส่วนของโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยช่วงเช้าและเย็น เมื่อพลบค่ำพวกมันจะกลับมานอนที่ศาลพระกาฬ กลุ่มนี้มีความเป็นอยู่ค่อนข้างดี มักได้รับของเซ่นไหว้จากผู้ศรัทธาเสมอ อาจแบ่งย่อยได้อีกสามกลุ่มคือ กลุ่มศาลพระกาฬ, กลุ่มพระปรางค์สามยอด และกลุ่มโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย

กลุ่มที่สอง คือ ลิงมุมตึก หรือ ลิงนอกศาล หรือ ลิงตลาด เป็นลิงจรจัดซึ่งแตกหลงฝูงและมิได้รับการยอมรับกลับเข้าฝูง มักเร่ร่อนตามมุมตึก ร้านค้าบ้านเรือนในชุมชนเมืองลพบุรี ลิงกลุ่มนี้มักสร้างปัญหาและความเสียหายอยู่เสมอ กลายเป็น ลิงจรจัดมีวิถีชีวิตอดๆอยากๆ ฉกฉวยสิ่งของจากนักท่องเที่ยว บุกรื้อทำลายทรัพย์สินของชาวบ้าน

ปัจจุบัน จำนวนลิงก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นตลอดในเขตเมืองเก่า และเริ่มออกมาจากแหล่งเดิมไปอาศัยอยู่ย่านขนส่งสระแก้ว และสี่แยกเอราวัณ  ปลายปี พ.ศ. 2557 ได้มีการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าลิงที่ศาลพระกาฬบางตาลงเนื่องจากทางเทศบาลเมืองลพบุรีได้ส่งเจ้าหน้าที่มาจับ  ลิงศาลพระกาฬ และ ลิงในลพบุรี รับการดูแลจาก มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี  ซึ่งมีภารกิจในการ ช่วยเหลือดูแลรักษาด้านสุขภาพลิง  ด้านอาหาร และนํ้าดื่มของลิง  รวมทั้งช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยของลิง